แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - moozamoz

หน้า: [1] 2 3 ... 7
1
ขนส่งสินค้าแหลมฉบัง รถหัวลากแหลมฉบัง รถขนตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง



หากคุณกำลังมองหาพาร์ตเนอร์ “ขนส่งสินค้าท่าเรือแหลมฉบัง” ที่ทั้งเร็ว ตรงเวลา และโปร่งใส
เราคือคำตอบของธุรกิจที่ต้องการคุณภาพและความคุ้มค่า ทีมงานเชี่ยวชาญเส้นทางฝั่งตะวันออก—ศรีราชา แหลมฉบัง ชลบุรี—รองรับทั้ง FCL/LCL ตู้แห้ง ตู้รีเฟอร์ และงานเร่งด่วนแบบ Time-Critical พร้อมระบบติดตามสถานะแบบเรียลไทม์และรายงาน KPI ชัดเจน เพื่อให้คุณวางแผนซัพพลายเชนได้แม่นยำยิ่งขึ้น

จุดแข็งสำคัญคือการประสานงานครบวงจรตั้งแต่รับตู้เปล่า นัดตู้ ตรวจสภาพตู้ (VGM/Seal) เข้าท่าเรือ โหลดขึ้นเรือ ไปจนถึงเอกสารศุลกากรและประกันภัยขนส่ง นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายรถหัวลากมาตรฐาน ผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยและกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ช่วยลดความเสี่ยงความเสียหายและความล่าช้า ขณะเดียวกันฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์พร้อมอัปเดตสถานะทุก Milestone ทั้งผ่านไลน์ อีเมล หรือแดชบอร์ด ทำให้ผู้ประกอบการ SMEs และโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมวางใจได้ตลอดกระบวนการ



ด้วยประสบการณ์และทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ การใช้บริการ ขนส่งสินค้าแหลมฉบัง ผ่านระบบจัดการที่ทันสมัย ทำให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นงานขนส่งระยะสั้นในพื้นที่ หรือการจัดส่งไปยังปลายทางต่างจังหวัด ทีมงานยังสามารถให้คำปรึกษาในการวางแผนเส้นทางและควบคุมต้นทุน เพื่อให้การดำเนินงานราบรื่นและคุ้มค่ามากที่สุด

อีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าคือการเลือกใช้ รถหัวลากแหลมฉบัง และ รถขนตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง ที่ได้รับการตรวจสอบสภาพและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาระหว่างขนส่งและช่วยให้สินค้าปลอดภัยตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ ระบบติดตามแบบเรียลไทม์ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการผลิตและกระจายสินค้าล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงการขาดสต็อกและเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชนอย่างแท้จริง



ในมุมของต้นทุน เพจนี้เสนอทางเลือกหลากหลายตามโครงสร้างโหลดและระยะทาง พร้อมคำแนะนำบรรจุสินค้าให้ปลอดภัยสูงสุด ลดค่าใช้จ่ายแฝงอย่างค่ารอคอย/ค่าล่วงเวลา และวางแผน Slot ท่าเรือให้เหมาะกับรอบเรือจริง เพื่อให้คุณ “ส่งทัน สั่งได้” แม้ในช่วงพีคซีซัน หากต้องการทีมที่ “เข้าใจงานหน้าท่า” จริงๆ และสื่อสารได้แบบมืออาชีพ แนะนำให้เยี่ยมชมรายละเอียดและติดต่อผ่านหน้าเพจนี้เลย: ขนส่งสินค้าท่าเรือแหลมฉบัง

ส่งไว ปลอดภัย โปร่งใส และคุ้มค่า—คือมาตรฐานที่เพจนี้ยึดถือ เพื่อให้สินค้าของคุณถึงจุดหมายตามแผนทุกครั้ง


ติดต่อเรา

เว็บไซต์ : https://ขนส่งสินค้าแหลมฉบัง.com

โทร : 0863088328

Line id : hikaew123






#แหลมฉบัง #ขนส่งสินค้าท่าเรือแหลมฉบัง #ท่าเรือแหลมฉบัง #ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ #หัวลาก #โลจิสติกส์ชลบุรี #ศรีราชา #พัทยา #FCL #LCL #รีเฟอร์ #ศุลกากร #VGM #GPSติดตาม #KPI #ชิปปิ้ง #ประกันภัยขนส่ง #LaemChabangPort #LogisticsThailand #ขนส่งทางเรือ



2
ขนส่งสินค้าแหลมฉบัง รถหัวลากแหลมฉบัง รถขนตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง



หากคุณกำลังมองหาพาร์ตเนอร์ “ขนส่งสินค้าท่าเรือแหลมฉบัง” ที่ทั้งเร็ว ตรงเวลา และโปร่งใส
เราคือคำตอบของธุรกิจที่ต้องการคุณภาพและความคุ้มค่า ทีมงานเชี่ยวชาญเส้นทางฝั่งตะวันออก—ศรีราชา แหลมฉบัง ชลบุรี—รองรับทั้ง FCL/LCL ตู้แห้ง ตู้รีเฟอร์ และงานเร่งด่วนแบบ Time-Critical พร้อมระบบติดตามสถานะแบบเรียลไทม์และรายงาน KPI ชัดเจน เพื่อให้คุณวางแผนซัพพลายเชนได้แม่นยำยิ่งขึ้น

จุดแข็งสำคัญคือการประสานงานครบวงจรตั้งแต่รับตู้เปล่า นัดตู้ ตรวจสภาพตู้ (VGM/Seal) เข้าท่าเรือ โหลดขึ้นเรือ ไปจนถึงเอกสารศุลกากรและประกันภัยขนส่ง นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายรถหัวลากมาตรฐาน ผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยและกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ช่วยลดความเสี่ยงความเสียหายและความล่าช้า ขณะเดียวกันฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์พร้อมอัปเดตสถานะทุก Milestone ทั้งผ่านไลน์ อีเมล หรือแดชบอร์ด ทำให้ผู้ประกอบการ SMEs และโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมวางใจได้ตลอดกระบวนการ



ด้วยประสบการณ์และทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ การใช้บริการ ขนส่งสินค้าแหลมฉบัง ผ่านระบบจัดการที่ทันสมัย ทำให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นงานขนส่งระยะสั้นในพื้นที่ หรือการจัดส่งไปยังปลายทางต่างจังหวัด ทีมงานยังสามารถให้คำปรึกษาในการวางแผนเส้นทางและควบคุมต้นทุน เพื่อให้การดำเนินงานราบรื่นและคุ้มค่ามากที่สุด

อีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าคือการเลือกใช้ รถหัวลากแหลมฉบัง และ รถขนตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง ที่ได้รับการตรวจสอบสภาพและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาระหว่างขนส่งและช่วยให้สินค้าปลอดภัยตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ ระบบติดตามแบบเรียลไทม์ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการผลิตและกระจายสินค้าล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงการขาดสต็อกและเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชนอย่างแท้จริง



ในมุมของต้นทุน เพจนี้เสนอทางเลือกหลากหลายตามโครงสร้างโหลดและระยะทาง พร้อมคำแนะนำบรรจุสินค้าให้ปลอดภัยสูงสุด ลดค่าใช้จ่ายแฝงอย่างค่ารอคอย/ค่าล่วงเวลา และวางแผน Slot ท่าเรือให้เหมาะกับรอบเรือจริง เพื่อให้คุณ “ส่งทัน สั่งได้” แม้ในช่วงพีคซีซัน หากต้องการทีมที่ “เข้าใจงานหน้าท่า” จริงๆ และสื่อสารได้แบบมืออาชีพ แนะนำให้เยี่ยมชมรายละเอียดและติดต่อผ่านหน้าเพจนี้เลย: ขนส่งสินค้าท่าเรือแหลมฉบัง

ส่งไว ปลอดภัย โปร่งใส และคุ้มค่า—คือมาตรฐานที่เพจนี้ยึดถือ เพื่อให้สินค้าของคุณถึงจุดหมายตามแผนทุกครั้ง


ติดต่อเรา

เว็บไซต์ : https://ขนส่งสินค้าแหลมฉบัง.com

โทร : 0863088328

Line id : hikaew123






#แหลมฉบัง #ขนส่งสินค้าท่าเรือแหลมฉบัง #ท่าเรือแหลมฉบัง #ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ #หัวลาก #โลจิสติกส์ชลบุรี #ศรีราชา #พัทยา #FCL #LCL #รีเฟอร์ #ศุลกากร #VGM #GPSติดตาม #KPI #ชิปปิ้ง #ประกันภัยขนส่ง #LaemChabangPort #LogisticsThailand #ขนส่งทางเรือ



3
ตอบโจทย์การอยู่อาศัยด้วย Functional Design
เพราะบ้านที่ใช่…ต้องเข้าใจ 'การใช้ชีวิต'

บ้านที่สวยอาจมองแล้วสบายตาแต่บ้านที่ “ใช่” ต้องอยู่แล้วสบายใจ ใช้งานได้จริง และสะท้อนตัวตนของคนในบ้าน
หลายครั้งที่เราหลงใหลไปกับดีไซน์หรือเทรนด์การตกแต่งที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจในภาพ แต่พอกลับมาอยู่จริงกลับพบว่า บางมุมไม่ได้ถูกใช้เลย บางห้องใช้งานไม่สะดวก หรือบางพื้นที่ถูกวางไว้สวยงามแต่ไม่มีประโยชน์ใช้สอยเท่าที่ควร สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า 'การออกแบบ' เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่ได้เริ่มต้นจาก 'ความเข้าใจการใช้ชีวิต'



นั่นจึงเป็นที่มาของแนวคิด Functional Design หรือการออกแบบที่เน้น 'ฟังก์ชันการใช้งานจริง' ของคนในบ้านเป็นหัวใจหลัก ไม่ใช่แค่ออกแบบโดยเน้นเพียงความสวยงามเท่านั้น แต่คือการจัดสรรทุกพื้นที่ภายในบ้านให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของผู้อยู่อาศัย ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานอย่างจำนวนสมาชิกภายในบ้าน ความชอบส่วนตัว ไปจนถึงกิจกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำอาหาร อ่านหนังสือ ทำสวน หรือแม้แต่เลี้ยงสัตว์
เพราะบ้านที่ออกแบบอย่างเข้าใจ จะไม่ใช่แค่ “ที่อยู่อาศัย” แต่จะกลายเป็น “พื้นที่ในการใช้ชีวิต” ที่รองรับทุกความรู้สึก ทุกการเคลื่อนไหว และทุกช่วงเวลาอย่างลงตัว
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Functional Design คืออะไรและมีแนวทางอย่างไรในการจัดบ้านให้อยู่แล้วตอบโจทย์การใช้ชีวิตและการอยู่อาศัยจริงตามหลัก Functional Design  และมีสิ่งใดบ้างที่ควรพิจารณาก่อนเริ่มออกแบบ เพื่อให้บ้านของคุณ…ไม่ใช่แค่สวย แต่ อยู่แล้วสบาย ใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชันและมีพื้นที่ใช้สอยที่ตรงใจทุกคนในบ้าน อย่างแท้จริง

Functional Design คืออะไร?
Functional Design คือแนวคิดการออกแบบที่ไม่ได้ยึดความสวยงามเป็นที่ตั้ง แต่เริ่มจาก “การใช้งานจริงของผู้อยู่อาศัย” เป็นแกนหลัก ก่อนจะค่อย ๆ เติมดีไซน์ลงไปให้สอดคล้องกับฟังก์ชันในแต่ละส่วนของบ้าน ซึ่งแนวทางนี้แตกต่างจากการตกแต่งทั่วไปที่เน้นความสวยงามเป็นอันดับแรก แล้วค่อยดัดแปลงให้ใช้งานได้ในภายหลัง
โดยหัวใจของการออกแบบแบบ Functional Design คือ “การออกแบบพื้นที่ภายนอกไปจนถึงพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นไปตามไลฟ์สไตล์ของคนอยู่อาศัย” ซึ่งการออกแบบหรือดีไซน์บ้านในรูปแบบนี้ จะไม่ใช่การออกแบบบ้านที่ทุกคนต้องปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่ แต่คือพื้นที่ที่ถูกปรับมาเพื่อรองรับชีวิตของเราในทุกจังหวะการใช้ชีวิตและยังคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก

ถ้าหากลองนึกถึงบ้านหลังหนึ่งที่มีสมาชิกหลายวัย บางคนทำงานที่บ้าน บางคนรักการทำอาหาร บางคนชอบปลูกต้นไม้ หรือมีสัตว์เลี้ยงวิ่งเล่นรอบบ้าน ถ้าบ้านถูกออกแบบโดยไม่ได้พิจารณาความชอบและกิจกรรมเหล่านี้อย่างรอบคอบ อาจทำให้บางส่วนของบ้านกลายเป็นมุมอับ หรือบางโซนก็ใช้งานได้ไม่เต็มที่
โดยอีกหนึ่งความพิเศษของ Functional Design คือความยืดหยุ่นในระยะยาวและการรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เช่น การมีพื้นที่ที่สามารถปรับเป็นห้องผู้สูงวัยเมื่อถึงเวลา มีโซนที่ขยายเป็นมุมทำงาน หรือแม้แต่พื้นที่เปิดโล่งที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกิจกรรมของครอบครัว

แนวทางในการจัดบ้านให้อยู่แล้ว “ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง”

1. เริ่มจากการทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย
ก่อนวางแผนหรือออกแบบฟังก์ชันใด ๆ การเข้าใจว่าใครคือผู้อยู่อาศัยในบ้าน และทุกคนใช้ชีวิตกันอย่างไรคือจุดเริ่มต้นสำคัญของการออกแบบแบบ Functional Design เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยบอกว่าบ้านควรมีการจัดโซนใดบ้าง และต้องมีพื้นที่ประเภทไหนที่ตอบสนองความต้องการเหล่านั้น เช่น หากมีคนทำงานที่บ้านบ่อย ๆ ก็ควรมีมุมทำงานที่สงบและมีแสงธรรมชาติ หรือถ้าในบ้านมีเด็กเล็ก พื้นที่เล่นควรปลอดภัยและเปิดโล่ง ดังนั้น การเริ่มต้นจากการ “ฟังชีวิตจริง” จะทำให้การจัดบ้านเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง


2. อย่าจำกัดฟังก์ชันด้วยชื่อห้อง
เพราะชื่อเรียกของห้องไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าห้องนั้นจะต้องใช้ทำอะไร การจัดบ้านให้น่าอยู่และใช้งานได้จริงจึงไม่ควรยึดติดกับกรอบเหล่านี้มากนัก หากห้องรับแขกกลายเป็นมุมอ่านหนังสือแสนสงบ หรือห้องเก็บของเก่าได้รับการปรับเป็นโฮมออฟฟิศขนาดย่อม ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการปรับการใช้สอยตามพฤติกรรมของบ้าน จะช่วยให้แต่ละพื้นที่ถูกใช้งานอย่างคุ้มค่า และกลายเป็นพื้นที่โปรดของครอบครัวได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างใด ๆ


3. วางแผนเผื่ออนาคตและปรับเปลี่ยนได้ตามช่วงชีวิต
การออกแบบบ้านแบบ Functional Design ไม่ใช่แค่ตอบโจทย์ปัจจุบัน แต่ควรคิดเผื่ออนาคตด้วย เพราะความต้องการของครอบครัวเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จากบ้านที่มีเด็กเล็ก อาจกลายเป็นบ้านที่ต้องดูแลผู้สูงวัย หรือจากการทำงานนอกบ้าน อาจกลายเป็นการทำงานแบบ Work From Home ถาวร พื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น ห้องอเนกประสงค์ โซนเปิดโล่ง หรือเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว จะช่วยให้เรามีอิสระในการใช้งานมากขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนครั้งใหญ่ซ้ำซ้อนในอนาคต


4. เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
ความสวยของเฟอร์นิเจอร์อาจสะดุดตาในตอนแรกเห็น แต่หากใช้งานจริงไม่ได้หรือไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ก็อาจกลายเป็นของตกแต่งที่ไม่มีใครใช้งาน การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานได้จริง วางของได้พอดี ทำความสะอาดง่าย และไม่กินพื้นที่เกินจำเป็น คือหลักสำคัญที่ทำให้บ้านยังคงน่าอยู่ในระยะยาว ซึ่งอาจรวมถึงการเลือกโต๊ะทานข้าวที่สามารถใช้เป็นโต๊ะทำงานได้ หรือเลือกโซฟาที่มีที่เก็บของในตัว เพื่อประหยัดพื้นที่และเพิ่มประโยชน์ใช้สอย

5. จัดวางพื้นที่ให้ลงตัวต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
บ้านที่ดีควรมีความลงตัวของพื้นที่ที่รองรับกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างไม่ติดขัด เช่น การเดินจากห้องครัวไปห้องทานอาหารควรเป็นเส้นทางตรงและไม่อ้อมจนเสียเวลา หรือห้องน้ำของผู้สูงอายุควรอยู่ใกล้ห้องนอนเพื่อความสะดวก ฟังก์ชันเหล่านี้แม้ดูเล็กน้อย แต่มีผลอย่างยิ่งต่อความสบายในการอยู่อาศัยในทุกวัน เมื่อการเดิน การใช้งาน การหยิบจับของต่าง ๆ ในบ้านทำได้ง่าย ก็เท่ากับว่าเรามีบ้านที่เข้าใจการเคลื่อนไหวของชีวิต

ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากแนวทางการจัดบ้านที่เราได้รวบรวมมานี้ Functional Design ไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดบ้านให้เรียบร้อยหรือใช้งานได้เฉพาะกิจเท่านั้น แต่คือแนวทางที่ทำให้ “ทุกตารางเมตร” มีคุณค่า และถูกใช้ในแบบที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของเจ้าของบ้านอีกด้วย

ข้อควรคำนึงถึงก่อนเริ่มออกแบบแบบ Functional Design
แม้การออกแบบบ้านตามแนวทาง Functional Design จะเน้นที่การใช้งานจริงและความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก แต่การจะทำให้บ้านออกมาตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง ก็จำเป็นต้องพิจารณาหลายแง่มุมอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงแค่นึกภาพว่าห้องแต่ละห้องควรใช้ทำอะไร แต่ยังรวมไปถึงการเตรียมความพร้อมในเรื่องโครงสร้าง การวางแผนล่วงหน้า ไปจนถึงการมองเห็นการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงคือความต้องการของทุกคนในบ้าน เพราะ Functional Design ไม่ได้หมายถึงความสะดวกสบายของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือการสร้างสมดุลให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงวัย หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยง การออกแบบจึงควรเริ่มจากการพูดคุยกันในครอบครัวให้ชัดเจนก่อนว่าใครมีความต้องการแบบไหน
ถัดมาคือเรื่องของโครงสร้างบ้านและข้อจำกัดทางพื้นที่ หลายคนอาจมีไอเดียการใช้งานในฝันไว้ชัดเจน แต่หากพื้นที่ไม่เอื้อ หรือโครงสร้างเดิมของบ้านไม่สามารถรองรับได้ อาจต้องปรับแนวคิดให้เหมาะสมกับความเป็นจริง เช่น อยากมีครัวฝรั่งเต็มรูปแบบ แต่เนื้อที่ไม่มาก อาจต้องหาทางออกด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชัน หรือเปลี่ยนจากห้องครัวปิดเป็นครัวเปิดที่ประหยัดพื้นที่และใช้งานสะดวกแทน
สุดท้ายคือเรื่องของงบประมาณ ถึงแม้การออกแบบให้ใช้งานได้จริงอาจดูเหมือนต้องลงทุนสูง แต่หากวางแผนดี ใช้วัสดุที่เหมาะสม เลือกตกแต่งในจุดที่จำเป็น และคำนึงถึงความคุ้มค่าในระยะยาว ก็สามารถควบคุมงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะบ้านที่อยู่แล้วสะดวกสบาย ไม่ต้องซ่อมแซมหรือดัดแปลงบ่อย ๆ ย่อมช่วยประหยัดได้มากกว่าการตกแต่งตามแฟชั่นที่ใช้ได้เพียงชั่วคราว



และหากคุณกำลังมองหาทางเลือกใหม่ ๆ ในการเริ่มต้นสร้างบ้านที่ตรงใจ โครงการคุณภาพหลายแห่งในภาคเหนือก็เริ่มปรับแนวคิดการออกแบบบ้านให้ตอบรับกับแนวทาง Functional Design มากขึ้น เช่น โครงการบ้านเชียงใหม่ 2568  ที่ออกแบบฟังก์ชันแต่ละหลังอย่างยืดหยุ่นเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ หรือบ้านวิวเขาเชียงใหม่ ที่มอบความรู้สึกสงบ พร้อมเชื่อมต่อธรรมชาติกับการอยู่อาศัยในทุกวันได้อย่างลงตัว
ไม่เพียงเท่านี้ บ้านจัดสรรเชียงใหม่ หลายแห่งก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการวางแปลนพื้นที่ภายในที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต เช่นเดียวกับโครงการบ้านหางดงเชียงใหม่  อย่างโครงการแสนสราญซึ่งออกแบบทุกยูนิตให้รองรับทั้งครอบครัวเล็กและครอบครัวใหญ่ รวมถึงตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการพื้นที่ทำงานหรือกิจกรรมส่วนตัวภายในบ้าน โดยไม่ละทิ้งความรู้สึกอบอุ่นของพื้นที่อยู่อาศัย
สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านที่รวมทั้งดีไซน์และฟังก์ชันไว้ในหนึ่งเดียว บ้านเดี่ยว 2 ชั้นเชียงใหม่ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมที่สามารถจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้ชีวิตได้อย่างหลากหลาย พร้อมทั้งให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้นในขณะที่ยังอยู่ในชุมชนคุณภาพ เช่นเดียวกับในโครงการบ้านจัดสรรเชียงใหม่  ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ทั้งเรื่องสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และฟังก์ชันภายในบ้าน

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกซื้อบ้านใหม่ หรือวางแผนออกแบบบ้านหลังแรกของตัวเอง อย่าลืมว่า “ความสวย”
คือสิ่งแรกที่ดึงดูดเรา แต่ “ความพอดี” ต่างหากที่ทำให้เราอยากอยู่บ้านนั้นไปนาน ๆ และนั่นคือหัวใจสำคัญของ Functional Design ที่ออกแบบเพื่อชีวิต ไม่ใช่แค่พื้นที่







4
บริการ แนะนำเว็บ / Best Facial Treatments in Bangkok Discover Proven Solutions for Glowing Skin
« เมื่อ: วันที่ 14 กรกฎาคม 2025, 18:06:17 น. »

Best Facial Treatments in Bangkok: Discover Proven Solutions for Glowing Skin
If you're seeking effective facial treatments in Bangkok, you're in the right place. Bangkok is home to world-class skincare solutions that combine advanced technology, expert therapists, and personalized approaches to address a wide range of skin concerns. Among the leading providers, Puttharaksa Aesthetic stands out for delivering proven results, especially in the area of acne treatment Bangkok.
In this article, we’ll explore the most effective facials in the city, highlight signature programs from Puttharaksa Aesthetic, and introduce resources like Thailand Treatment and Thailand Facial Clinic to help you find the best solution for your skin.

Why Bangkok Is a Premier Destination for Facial Treatments
Bangkok has become a hub for skincare excellence due to its combination of:
  • Experienced skincare specialists
  • High-quality products
  • Affordable pricing
  • Convenient locations near BTS/MRT
  • Treatments tailored to Asian and international skin types
For those dealing with acne, pigmentation, dullness, or clogged pores, the capital of Thailand offers specialized care that meets global standards.



Puttharaksa Aesthetic: A Leader in Personalized Skincare
A Trusted Provider Since 2005
One of the most reputable names for  best facial treatment in Bangkok is Puttharaksa Aesthetic, conveniently located at Gateway Ekamai (BTS Ekamai). With over 19 years of experience, Puttharaksa has developed signature programs tailored to different skin needs, including oily skin, acne-prone skin, blackheads, and dullness.



Signature Acne Treatment: Acne Clear Plus
The acne treatment Bangkok program, Acne Clear Plus, is one of the clinic’s most successful offerings. This comprehensive program includes:
  • Deep cleansing
  • Extraction (Comedone removal)
  • Acne mask
  • Anti-bacterial serum infusion
This program targets inflammation and congestion, promoting smoother and clearer skin without harsh medication. It is a highly effective solution for both teens and adults struggling with breakouts.



Best Microdermabrasion Treatment in Bangkok
For those dealing with rough texture, enlarged pores, or early signs of aging, best microdermabrasion in Bangkok is another standout option. Puttharaksa’s microdermabrasion is:
  • Gentle but powerful
  • Non-invasive
  • Paired with hydrating serums

The treatment exfoliates dead skin cells while boosting cell turnover and improving serum absorption. Unlike traditional microdermabrasion, the clinic uses advanced machines with adjustable settings, making it suitable for all skin types, including sensitive skin.



Features That Set Puttharaksa Aesthetic Apart
1. Custom Treatments Based on Skin Type
Puttharaksa evaluates your skin before each treatment and adjusts the approach accordingly. This ensures visible results without over-treatment.
2. Affordable Luxury
Treatments start from 599 to 899 THB — ideal for regular maintenance or intensive skin recovery without breaking your budget.
3. Expert Therapists with Consistent Training
All staff undergo continuous training in technique, skin analysis, and hygiene to meet both Thai and international standards.
4. Convenient Location

Located in a major mall (Gateway Ekamai), it’s easily accessible by BTS, and ideal for both locals and travelers.



Acne Treatment in On Nut (รักษาสิว อ่อนนุช): Convenient and Results-Driven Skincare
If you’re looking for acne treatment in On Nut (รักษาสิว อ่อนนุช), this growing neighborhood along the BTS Sukhumvit Line is a great choice for effective and accessible skincare. On Nut is home to several facial studios and aesthetic centers that specialize in treating acne through non-invasive and affordable methods. These services often include deep cleansing, acne-clearing masks, ultrasonic serum infusions, and calming treatments tailored to each individual’s skin condition. Many providers in the area are experienced in dealing with oily and acne-prone skin, making them ideal for both locals and expats living nearby. With personalized consultations and a focus on gentle care, On Nut has become a go-to destination for those who want clear, healthy skin without having to travel far into central Bangkok.
In addition to full acne treatment programs, many facial centers in the area also offer acne extraction in On Nut (กดสิว อ่อนนุช) as a standalone or add-on service. This procedure involves safe and hygienic removal of comedones (blackheads and whiteheads) by trained professionals, helping to reduce inflammation and prevent future breakouts. Unlike DIY extractions that may cause scarring or further irritation, professional acne extraction in On Nut is done using sterile tools and calming post-treatment care to ensure the skin recovers smoothly. The combination of affordability, skilled therapists, and convenient location near BTS On Nut makes the area one of the most practical and trusted zones in Bangkok for those seeking both acne treatment and effective pore cleansing.



Bangkok’s Facial Treatment Ecosystem
Beyond Puttharaksa Aesthetic, several platforms help clients navigate skincare providers and select the best options:

These platforms are especially useful for first-time visitors, expats, or anyone unsure where to begin their facial journey in Thailand.

Bangkok-Centric Facial Care Resources
Bangkok itself has a growing number of platforms focusing exclusively on local skincare trends:
These sites are helpful in identifying quality providers and understanding treatment trends in Bangkok.

Specialized Knowledge and Niche Resources
You can also find niche resources for specific conditions and preferences:
  • WikiClinic – Offers independent evaluations of clinics based on treatment success and safety.
  • WikiBlackheads – Focuses specifically on blackhead extraction and care practices.
  • Facial Clinic – Provides industry news and safety protocols for facial clinics.
  • Acne Facial – Curates acne-specific facial treatments, reviews, and protocols.

Final Thoughts: Finding the Right Facial in Bangkok
If you're looking for the most effective facial treatments in Bangkok, Puttharaksa Aesthetic provides excellent results across a range of concerns, from acne to dullness. With customized programs like Acne Clear Plus and the best microdermabrasion treatment Bangkok, the clinic delivers visible improvements while maintaining comfort and safety.
Whether you're a tourist, expat, or resident, platforms such as Thailand Facial Clinic and WikiClinic can help you make informed choices. Use these resources to find trusted providers and start your journey toward clearer, healthier skin.

Explore More:

Let these platforms and expert clinics guide you to the radiant skin you deserve.



5

Best Facial Treatments in Bangkok: Discover Proven Solutions for Glowing Skin
If you're seeking effective facial treatments in Bangkok, you're in the right place. Bangkok is home to world-class skincare solutions that combine advanced technology, expert therapists, and personalized approaches to address a wide range of skin concerns. Among the leading providers, Puttharaksa Aesthetic stands out for delivering proven results, especially in the area of acne treatment Bangkok.
In this article, we’ll explore the most effective facials in the city, highlight signature programs from Puttharaksa Aesthetic, and introduce resources like Thailand Treatment and Thailand Facial Clinic to help you find the best solution for your skin.

Why Bangkok Is a Premier Destination for Facial Treatments
Bangkok has become a hub for skincare excellence due to its combination of:
  • Experienced skincare specialists
  • High-quality products
  • Affordable pricing
  • Convenient locations near BTS/MRT
  • Treatments tailored to Asian and international skin types
For those dealing with acne, pigmentation, dullness, or clogged pores, the capital of Thailand offers specialized care that meets global standards.



Puttharaksa Aesthetic: A Leader in Personalized Skincare
A Trusted Provider Since 2005
One of the most reputable names for best facial treatment in Bangkok is Puttharaksa Aesthetic, conveniently located at Gateway Ekamai (BTS Ekamai). With over 19 years of experience, Puttharaksa has developed signature programs tailored to different skin needs, including oily skin, acne-prone skin, blackheads, and dullness.



Signature Acne Treatment: Acne Clear Plus
The acne treatment Bangkok program, Acne Clear Plus, is one of the clinic’s most successful offerings. This comprehensive program includes:
  • Deep cleansing
  • Extraction (Comedone removal)
  • Acne mask
  • Anti-bacterial serum infusion
This program targets inflammation and congestion, promoting smoother and clearer skin without harsh medication. It is a highly effective solution for both teens and adults struggling with breakouts.



Best Microdermabrasion Treatment in Bangkok
For those dealing with rough texture, enlarged pores, or early signs of aging, best microdermabrasion in Bangkok is another standout option. Puttharaksa’s microdermabrasion is:
  • Gentle but powerful
  • Non-invasive
  • Paired with hydrating serums

The treatment exfoliates dead skin cells while boosting cell turnover and improving serum absorption. Unlike traditional microdermabrasion, the clinic uses advanced machines with adjustable settings, making it suitable for all skin types, including sensitive skin.



Features That Set Puttharaksa Aesthetic Apart
1. Custom Treatments Based on Skin Type
Puttharaksa evaluates your skin before each treatment and adjusts the approach accordingly. This ensures visible results without over-treatment.
2. Affordable Luxury
Treatments start from 599 to 899 THB — ideal for regular maintenance or intensive skin recovery without breaking your budget.
3. Expert Therapists with Consistent Training
All staff undergo continuous training in technique, skin analysis, and hygiene to meet both Thai and international standards.
4. Convenient Location

Located in a major mall (Gateway Ekamai), it’s easily accessible by BTS, and ideal for both locals and travelers.



Acne Treatment in On Nut (รักษาสิว อ่อนนุช): Convenient and Results-Driven Skincare
If you’re looking for acne treatment in On Nut (รักษาสิว อ่อนนุช), this growing neighborhood along the BTS Sukhumvit Line is a great choice for effective and accessible skincare. On Nut is home to several facial studios and aesthetic centers that specialize in treating acne through non-invasive and affordable methods. These services often include deep cleansing, acne-clearing masks, ultrasonic serum infusions, and calming treatments tailored to each individual’s skin condition. Many providers in the area are experienced in dealing with oily and acne-prone skin, making them ideal for both locals and expats living nearby. With personalized consultations and a focus on gentle care, On Nut has become a go-to destination for those who want clear, healthy skin without having to travel far into central Bangkok.
In addition to full acne treatment programs, many facial centers in the area also offer acne extraction in On Nut (กดสิว อ่อนนุช) as a standalone or add-on service. This procedure involves safe and hygienic removal of comedones (blackheads and whiteheads) by trained professionals, helping to reduce inflammation and prevent future breakouts. Unlike DIY extractions that may cause scarring or further irritation, professional acne extraction in On Nut is done using sterile tools and calming post-treatment care to ensure the skin recovers smoothly. The combination of affordability, skilled therapists, and convenient location near BTS On Nut makes the area one of the most practical and trusted zones in Bangkok for those seeking both acne treatment and effective pore cleansing.



Bangkok’s Facial Treatment Ecosystem
Beyond Puttharaksa Aesthetic, several platforms help clients navigate skincare providers and select the best options:

These platforms are especially useful for first-time visitors, expats, or anyone unsure where to begin their facial journey in Thailand.

Bangkok-Centric Facial Care Resources
Bangkok itself has a growing number of platforms focusing exclusively on local skincare trends:
These sites are helpful in identifying quality providers and understanding treatment trends in Bangkok.

Specialized Knowledge and Niche Resources
You can also find niche resources for specific conditions and preferences:
  • WikiClinic – Offers independent evaluations of clinics based on treatment success and safety.
  • WikiBlackheads – Focuses specifically on blackhead extraction and care practices.
  • Facial Clinic – Provides industry news and safety protocols for facial clinics.
  • Acne Facial – Curates acne-specific facial treatments, reviews, and protocols.

Final Thoughts: Finding the Right Facial in Bangkok
If you're looking for the most effective facial treatments in Bangkok, Puttharaksa Aesthetic provides excellent results across a range of concerns, from acne to dullness. With customized programs like Acne Clear Plus and the best microdermabrasion treatment Bangkok, the clinic delivers visible improvements while maintaining comfort and safety.
Whether you're a tourist, expat, or resident, platforms such as Thailand Facial Clinic and WikiClinic can help you make informed choices. Use these resources to find trusted providers and start your journey toward clearer, healthier skin.

Explore More:

Let these platforms and expert clinics guide you to the radiant skin you deserve.



6
บริการรถเหมาพร้อมคนขับ บริการเหมาเที่ยวทั่วไทย ทุกจังหวัด
https://pntranspor.simdif.com



บริการรถเหมาพร้อมคนขับ 24ชม.
บริการรับส่ง สนามบิน
บริการเหมารถ ออกต่างจังหวัด ทั่วไทย
บริการรถเหมาไป-กลับ กรุงเทพ-อรัญ
อรัญ-ไปทุกจังหวัด
กรุงเทพไป-กลับต่างจังหวัด
เรามีรถหลายแบบไว้บริการ
จองด่วน หรือจองล่วงหน้า



ติดต่อสอบถามราคาก่อนได้ครับ
#กรุงเทพ #พัทยา #สุวรรณภูมิ #ดอนเมือง #ขอนแก่น #ร้อยเอ็ด #อรัญประเทศ #สระแก้ว #กาญจนบุรี #ชัยภูมิ #บุรีรัมย์ #สุพรรณบุรี #ลพบุรี #นครปฐม #ชัยนาท #พิษณุโลก #สุโขทัย #ตาก #หัวหิน #ภูเก็ต #กระบี่ #เชียงใหม่ #เชียงราย #ลำพูน #กาฬสินธุ์ #ยโส #เรามีบริการทุกจังหวัด

สนใจจองรถติดต่อได้ที่
โทร : 0809101503

Line : https://line.me/ti/p/Y4s6j2s22q




เว็บไซต์ : https://pntranspor.simdif.com




บริการรถเหมาพร้อมคนขับ บริการเหมาเที่ยวทั่วไทย ทุกจังหวัด

บริการรถเหมาพร้อมคนขับ 24ชม.
บริการรับส่ง สนามบิน
บริการเหมารถ ออกต่างจังหวัด ทั่วไทย
บริการรถเหมาไป-กลับ กรุงเทพ-อรัญ
อรัญ-ไปทุกจังหวัด
กรุงเทพไป-กลับต่างจังหวัด
เรามีรถหลายแบบไว้บริการ
จองด่วน หรือจองล่วงหน้า




ติดต่อสอบถามราคาก่อนได้ครับ
#กรุงเทพ #พัทยา #สุวรรณภูมิ #ดอนเมือง #ขอนแก่น #ร้อยเอ็ด #อรัญประเทศ #สระแก้ว #กาญจนบุรี #ชัยภูมิ #บุรีรัมย์ #สุพรรณบุรี #ลพบุรี #นครปฐม #ชัยนาท #พิษณุโลก #สุโขทัย #ตาก #หัวหิน #ภูเก็ต #กระบี่ #เชียงใหม่ #เชียงราย #ลำพูน #กาฬสินธุ์ #ยโส #เรามีบริการทุกจังหวัด


สนใจจองรถติดต่อได้ที่
Line : เพิ่มเพื่อนบัญชีทางการแล้วทักแชทได้เลย
https://line.me/ti/p/Y4s6j2s22q



หรือจองด่วนโทร
0809101503


เว็บไซต์ : https://pntranspor.simdif.com







สนใจจองรถติดต่อได้ที่
Line : เพิ่มเพื่อนบัญชีทางการแล้วทักแชทได้เลย
https://line.me/ti/p/Y4s6j2s22q



หรือจองด่วนโทร
0809101503


เว็บไซต์ : https://pntranspor.simdif.com



7
บริการรถเหมาพร้อมคนขับ บริการเหมาเที่ยวทั่วไทย ทุกจังหวัด
https://pntranspor.simdif.com



บริการรถเหมาพร้อมคนขับ 24ชม.
บริการรับส่ง สนามบิน
บริการเหมารถ ออกต่างจังหวัด ทั่วไทย
บริการรถเหมาไป-กลับ กรุงเทพ-อรัญ
อรัญ-ไปทุกจังหวัด
กรุงเทพไป-กลับต่างจังหวัด
เรามีรถหลายแบบไว้บริการ
จองด่วน หรือจองล่วงหน้า



ติดต่อสอบถามราคาก่อนได้ครับ
#กรุงเทพ #พัทยา #สุวรรณภูมิ #ดอนเมือง #ขอนแก่น #ร้อยเอ็ด #อรัญประเทศ #สระแก้ว #กาญจนบุรี #ชัยภูมิ #บุรีรัมย์ #สุพรรณบุรี #ลพบุรี #นครปฐม #ชัยนาท #พิษณุโลก #สุโขทัย #ตาก #หัวหิน #ภูเก็ต #กระบี่ #เชียงใหม่ #เชียงราย #ลำพูน #กาฬสินธุ์ #ยโส #เรามีบริการทุกจังหวัด

สนใจจองรถติดต่อได้ที่
โทร : 0809101503

Line : https://line.me/ti/p/Y4s6j2s22q




เว็บไซต์ : https://pntranspor.simdif.com




บริการรถเหมาพร้อมคนขับ บริการเหมาเที่ยวทั่วไทย ทุกจังหวัด

บริการรถเหมาพร้อมคนขับ 24ชม.
บริการรับส่ง สนามบิน
บริการเหมารถ ออกต่างจังหวัด ทั่วไทย
บริการรถเหมาไป-กลับ กรุงเทพ-อรัญ
อรัญ-ไปทุกจังหวัด
กรุงเทพไป-กลับต่างจังหวัด
เรามีรถหลายแบบไว้บริการ
จองด่วน หรือจองล่วงหน้า




ติดต่อสอบถามราคาก่อนได้ครับ
#กรุงเทพ #พัทยา #สุวรรณภูมิ #ดอนเมือง #ขอนแก่น #ร้อยเอ็ด #อรัญประเทศ #สระแก้ว #กาญจนบุรี #ชัยภูมิ #บุรีรัมย์ #สุพรรณบุรี #ลพบุรี #นครปฐม #ชัยนาท #พิษณุโลก #สุโขทัย #ตาก #หัวหิน #ภูเก็ต #กระบี่ #เชียงใหม่ #เชียงราย #ลำพูน #กาฬสินธุ์ #ยโส #เรามีบริการทุกจังหวัด


สนใจจองรถติดต่อได้ที่
Line : เพิ่มเพื่อนบัญชีทางการแล้วทักแชทได้เลย
https://line.me/ti/p/Y4s6j2s22q



หรือจองด่วนโทร
0809101503


เว็บไซต์ : https://pntranspor.simdif.com







สนใจจองรถติดต่อได้ที่
Line : เพิ่มเพื่อนบัญชีทางการแล้วทักแชทได้เลย
https://line.me/ti/p/Y4s6j2s22q



หรือจองด่วนโทร
0809101503


เว็บไซต์ : https://pntranspor.simdif.com



8
โซดาแอชเดนส์, โซดาแอชเดนซ์, Soda Ash Dense, Na2CO3 Dense, Sodium Carbonate, โซเดียมคาร์บอเนต



สามารถสอบถามข้อมูลสินค้า ขอตัวอย่างสินค้าทดลอง และสั่งซื้อสินค้าได้ที่
บริษัท ไทยโพลีเคมิคอล จำกัด (โซดาแอช)
Thai Poly Chemicals Company (Soda Ash)


Tel No : 034854888

Mobile : 0893128888

Line ID : thaipoly8888



Email: thaipoly8888@gmail.com

Website : www.thaipolychemicals.com

TPCC Soda Ash Dense THAILAND

นำเข้าโซดาแอชเดนส์, ส่งออกโซดาแอชเดนส์, ผลิตโซดาแอชเดนส์, จำหน่ายโซดาแอชเดนส์
นำเข้าโซดาแอชเดนซ์, ส่งออกโซดาแอชเดนซ์, ผลิตโซดาแอชเดนซ์, จำหน่ายโซดาแอชเดนซ์
นำเข้าโซดาแอชไลท์, ส่งออกโซดาแอชไลท์, ผลิตโซดาแอชไลท์, จำหน่ายโซดาแอชไลท์
นำเข้าโซเดียมคาร์บอเนต, ส่งออกโซเดียมคาร์บอเนต, ผลิตโซเดียมคาร์บอเนต, จำหน่ายโซเดียมคาร์บอเนต
นำเข้าโซเดียมคาร์บอเนท, ส่งออกโซเดียมคาร์บอเนท, ผลิตโซเดียมคาร์บอเนท, จำหน่ายโซเดียมคาร์บอเนท
นำเข้าโซดาแอช, ส่งออกโซดาแอช, ผลิตโซดาแอช, จำหน่ายโซดาแอช, โรงงานโซดาแอช
นำเข้าโซดาแอส, ส่งออกโซดาแอส, ผลิตโซดาแอส, จำหน่ายโซดาแอส, โรงงานโซดาแอส
Soda Ash, Soda Ash Dense, Soda Ash Light, Sodium Carbonate, Na2CO3


เคมีภัณฑ์ เกรดอาหาร, วัตถุเจือปนอาหาร, เคมีภัณฑ์ เกรดยา, เกรดยูเอสพี, เกรดอีพี, เกรดเจพี
สอบถามข้อมูลได้ที่ บจก. ไทยโพลีเคมิคอล จำกัด, คุณภาพเคมีภัณฑ์ สร้างสรรค์คุณภาพชีวิต

Chemical, Food Grade, Food Additive, FCC, Pharmaceutical Grade, USP, EP, JP
Please Contact Thai Poly Chemicals Company, Poly Chemicals For A Better Life

www.thaipolychemicals.com


วัตถุเจือปนอาหารในกลุ่ม โซเดียม, Sodium ที่บริษัท ฯ จัดจำหน่ายในปัจจุบัน ได้แก่
Sodium Acid Pyrophosphate, SAPP, E450i, โซเดียมแอซิดไพโรฟอสเฟต, เอสเอพีพี
Sodium Alginate, E401, โซเดียมอัลจิเนต, โซเดียมแอลจิเนต
Sodium Benzoate, E211, โซเดียมเบนโซเอต, โซเดียมเบนโซเอท
Sodium Bicarbonate, E500ii, โซเดียมไบคาร์บอเนต, โซเดียมไบคาร์บอเนท
Sodium Bisulfate, Sodium Bisulphate, E514ii, โซเดียมไบซัลเฟต
Sodium Bisulfite, Sodium Bisulphite, E222, โซเดียมไบซัลไฟต์
Sodium Carbonate, Soda Ash, E500i, โซเดียมคาร์บอเนต, โซดาแอช
Sodium Chloride, NaCl, โซเดียมคลอไรด์, เกลือชื้น, เกลือแห้ง, เกลือบริโภค
Sodium Citrate, Trisodium Citrate, E331, โซเดียมซิเตรต, ไตรโซเดียมซิเตรต
Sodium Cyclamate, Food Additive E952, โซเดียมไซคลาเมต, แป้งหวาน
Sodium Hexametaphosphate, SHMP, E452i, โซเดียมเฮกซะเมตตาฟอสเฟต, เอสเอชเอ็มพี
Sodium Hydrogen Carbonate, E500ii, โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต
Sodium Hydrogen Sulfate, Sodium Hydrogen Sulphate, E514ii, โซเดียมไฮโดรเจนซัลเฟต
Sodium Hydrogen Sulfite, Sodium Hydrogen Sulphite, E222, โซเดียมไฮโดรเจนซัลไฟต์
Sodium Metabisulphite, SMBS, E223, โซเดียมเมตาไบซัลไฟต์, เอสเอ็มบีเอส
Sodium Polyphosphate, Graham salt, E452i, โซเดียมโพลีฟอสเฟต
Sodium Propionate, Preservative, E281, โซเดียมโพรพิโอเนต, โซเดียมโปรปิโอเนต
Sodium Pyrophosphate, TSPP, E450iii, โซเดียมไพโรฟอสเฟต, ทีเอสพีพี, เกล็ดกรอบ
Sodium Saccharin, Food Additive E954, โซเดียมแซ็กคาริน, ขันฑสกร, ดีน้ำตาล
Sodium Trimetaphosphate, STMP, โซเดียมไตรเมตตาฟอสเฟต, เอสทีเอ็มพี
Sodium Tripolyphosphate, STPP, E451i, โซเดียมไตรโพลีฟอสเฟต, เอสทีพีพี
Specialty Sodium Chemical, Food Grade, เคมีภัณฑ์โซเดียม เกรดอาหาร ชนิดพิเศษอื่นๆ

วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)
วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) คือ วัตถุที่ตามปกติมิได้ใช้เป็นอาหาร หรือส่วนประกอบที่สำคัญของอาหาร ไม่ว่าวัตถุนั้นจะมีคุณค่าทางอาหารหรือไม่ก็ตาม แต่ใช้เจือปนในอาหารเพื่อประโยชน์ทางเทคโนโลยีการผลิต การแต่งสีอาหาร การปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร การบรรจุ การเก็บรักษา หรือการขนส่ง ซึ่งมีผลต่อคุณภาพ มาตรฐาน หรือลักษณะของอาหาร ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึง วัตถุที่ไม่ได้เจือปนในอาหาร แต่มีภาชนะบรรจุไว้เฉพาะ แล้วใส่รวมกับอาหารเพื่อประโยชน์ดังกล่าวข้างต้นด้วย เช่น วัตถุกันชื้น วัตถุดูดออกซิเจน เป็นต้น โดยไม่รวมถึงสารอาหารที่เติม เพื่อเพิ่มหรือปรับให้คงคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน

ประโยชน์ในการใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)
เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร ให้มีความคงตัว เพื่อให้ได้ส่วนประกอบของอาหารเฉพาะในการผลิตอาหาร สำหรับกลุ่มผู้บริโภค ที่มีความต้องการทางโภชนาการเฉพาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาคุณภาพในอุตสาหกรรม ในการผลิตในปริมาณมาก หรือปรับปรุงคุณลักษณะด้านประสาทสัมผัส โดยไม่เปลี่ยนแปลงคุณภาพและลักษณะของอาหาร เพื่อช่วยในการผลิต การแปรรูป การปฏิบัติ การบรรจุ การขนส่ง หรือการเก็บรักษาอาหาร โดยต้องไม่ใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ในการปกปิดความบกพร่องของอาหาร หรือกรรมวิธีการผลิตที่ไม่เหมาะสม

การใช้งาน วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)
ในการใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยปริมาณการใช้วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ ในแต่ละประเภทอาหารต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ที่ใช้ต้องมีการประเมินด้านความปลอดภัยโดย JECFA หรือผ่านการประเมินที่มีความเทียบเท่ากับ JECFA เพื่อกำหนดค่าความปลอดภัย (Acceptable Daily Intake: ADI) คือปริมาณของ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ที่แสดงในรูปของ มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน โดยบริโภคได้ทุกวัน ตลอดชีวิต โดยไม่เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ

การแบ่งกลุ่ม วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)
โคเด็กซ์ (Codex) ได้จัดแบ่งกลุ่มวัตถุเจือปนอาหาร ตามหน้าที่ ออกเป็น 27 กลุ่ม ดังต่อไปนี้ คือ
สารควบคุมความเป็นกรด (Acidity Regulator)
สารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน (Anticaking Agent)
สารป้องกันการเกิดฟอง (Antifoaming Agent)
สารป้องกันการเกิดออกซิเดชัน (Antioxidant)
สารฟอกสี (Bleaching Agent)
สารเพิ่มปริมาณ (Bulking Agent)
สารให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbonating Agent)
สารช่วยทำละลายหรือช่วยพา (Carrier)
สี (Color)
สารคงสภาพของสี (Color Retention Agent)
อีมัลซิไฟเออร์ (Emulsifier)
เกลืออีมัลซิไฟอิ้ง (Emulsifying Agent)
สารทำให้แน่น (Firming Agent)
สารเพิ่มรสชาติ (Flavor Enhancer)
สารปรับปรุงคุณภาพแป้ง (Flour Treatment Agent)
สารทำให้เกิดฟอง (Foaming Agent)
สารทำให้เกิดเจล (Gelling Agent)
สารเคลือบผิว (Glazing Agent)
สารทำให้เกิดความชุ่มชื้น (Humectant)
ก๊าซที่ช่วยในการเก็บรักษาอาหาร (Packaging Gas)
สารกันเสีย (Preservative)
ก๊าซที่ใช้ขับดัน (Propellant)
สารช่วยให้ฟู (Raising Agent)
สารช่วยจับอนุมูลอิสระ (Sequestrant)
สารทำให้คงตัว (Stabilizer)
สารให้ความหวาน (Sweetener)
สารให้ความข้นเหนียว (Thickener)


More information of sweetener, food additive, Food Grade chemical
Food Chemical Codex, FCC, EP, USP, JP, please contact
Thai Poly Chemicals Company (TPCC) Food Additive


Website : www.thaipolychemicals.com

Tel : +6634 854888, +668 9312 8888

Official Line ID: thaipoly8888



Email: thaipoly8888 (at) gmail.com




9


วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)
วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) คือ วัตถุที่ตามปกติมิได้ใช้เป็นอาหาร หรือส่วนประกอบที่สำคัญของอาหาร ไม่ว่าวัตถุนั้นจะมีคุณค่าทางอาหารหรือไม่ก็ตาม แต่ใช้เจือปนในอาหารเพื่อประโยชน์ทางเทคโนโลยีการผลิต การแต่งสีอาหาร การปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร การบรรจุ การเก็บรักษา หรือการขนส่ง ซึ่งมีผลต่อคุณภาพ มาตรฐาน หรือลักษณะของอาหาร ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึง วัตถุที่ไม่ได้เจือปนในอาหาร แต่มีภาชนะบรรจุไว้เฉพาะ แล้วใส่รวมกับอาหารเพื่อประโยชน์ดังกล่าวข้างต้นด้วย เช่น วัตถุกันชื้น วัตถุดูดออกซิเจน เป็นต้น โดยไม่รวมถึงสารอาหารที่เติม เพื่อเพิ่มหรือปรับให้คงคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน

ประโยชน์ในการใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)
เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร ให้มีความคงตัว เพื่อให้ได้ส่วนประกอบของอาหารเฉพาะในการผลิตอาหาร สำหรับกลุ่มผู้บริโภค ที่มีความต้องการทางโภชนาการเฉพาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาคุณภาพในอุตสาหกรรม ในการผลิตในปริมาณมาก หรือปรับปรุงคุณลักษณะด้านประสาทสัมผัส โดยไม่เปลี่ยนแปลงคุณภาพและลักษณะของอาหาร เพื่อช่วยในการผลิต การแปรรูป การปฏิบัติ การบรรจุ การขนส่ง หรือการเก็บรักษาอาหาร โดยต้องไม่ใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ในการปกปิดความบกพร่องของอาหาร หรือกรรมวิธีการผลิตที่ไม่เหมาะสม

การใช้งาน วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)
ในการใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยปริมาณการใช้วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ ในแต่ละประเภทอาหารต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ที่ใช้ต้องมีการประเมินด้านความปลอดภัยโดย JECFA หรือผ่านการประเมินที่มีความเทียบเท่ากับ JECFA เพื่อกำหนดค่าความปลอดภัย (Acceptable Daily Intake: ADI) คือปริมาณของ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ที่แสดงในรูปของ มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน โดยบริโภคได้ทุกวัน ตลอดชีวิต โดยไม่เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ

การแบ่งกลุ่ม วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)
โคเด็กซ์ (Codex) ได้จัดแบ่งกลุ่มวัตถุเจือปนอาหาร ตามหน้าที่ ออกเป็น 27 กลุ่ม ดังต่อไปนี้ คือ
สารควบคุมความเป็นกรด (Acidity Regulator) | สารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน (Anticaking Agent) | สารป้องกันการเกิดฟอง (Antifoaming Agent) | สารป้องกันการเกิดออกซิเดชัน (Antioxidant) | สารฟอกสี (Bleaching Agent) | สารเพิ่มปริมาณ (Bulking Agent) | สารให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbonating Agent) | สารช่วยทำละลายหรือช่วยพา (Carrier) | สี (Color) | สารคงสภาพของสี (Color Retention Agent) | อีมัลซิไฟเออร์ (Emulsifier) | เกลืออีมัลซิไฟอิ้ง (Emulsifying Agent) | สารทำให้แน่น (Firming Agent) | สารเพิ่มรสชาติ (Flavor Enhancer) | สารปรับปรุงคุณภาพแป้ง (Flour Treatment Agent) | สารทำให้เกิดฟอง (Foaming Agent) | สารทำให้เกิดเจล (Gelling Agent) | สารเคลือบผิว (Glazing Agent) | สารทำให้เกิดความชุ่มชื้น (Humectant) | ก๊าซที่ช่วยในการเก็บรักษาอาหาร (Packaging Gas) | สารกันเสีย (Preservative) | ก๊าซที่ใช้ขับดัน (Propellant) | สารช่วยให้ฟู (Raising Agent) | สารช่วยจับอนุมูลอิสระ (Sequestrant) | สารทำให้คงตัว (Stabilizer) | สารให้ความหวาน (Sweetener) | สารให้ความข้นเหนียว (Thickener)


More information of sweetener, food additive, food grade chemical
Food Chemical Codex, FCC, EP, USP, JP, please contact
Thai Poly Chemicals Company (TPCC) Food Additive


Website : www.thaipolychemicals.com

Tel : +6634 854888, +668 9312 8888

Official Line ID: thaipoly8888



Email: thaipoly8888 (at) gmail.com




10
Product description of Stevia. What is Stevia?
Plant-based 100% natural sweetener extracted from leaves of stevia rebaudiana
Zero calorie sugar substitute
Potency of 200-400x the sweetness of sugar
Approved by regulatory bodies and food safety experts worldwide and in all major markets including US, Europe, Canada, Australia/New Zealand, China, Japan, Korea, and many more
Enjoyed by 5 billion people around b the world in their food and beverages

The History of Stevia
Grown for centuries in Paraguay, the stevia rebaudiana plant has been used by many generations of indigenous South Americans as a natural sweetener for teas and medicines. Its taste was so powerful that some would even enjoy chewing on the plant’s leaves as nature’s sweet treat. It wasn’t until the 19th and 20th centuries though that scientists would discover and study these leaves, where they isolated and identified the sweet tasting chemical components as steviol glycosides. These compounds are the secret to stevia’s sweet magic, boasting a potency of 200-400x the sweetness of sugar. The stevia plant contains an abundant variety of these glycosides, each with their own sweetness and taste profile. Today, stevia enhances the taste of food and beverage products enjoyed by 5 billion people around the globe. And centuries later, laboratories everywhere are still perfecting the science of extracting, refining and purifying steviol glycosides.

Zero Calories. Limitless Potential.
Not only does stevia have a far higher sweetness potency than sugar, it also has none of sugar’s calories. The potential health benefits of lower caloric intake and reduced glycemic impact on blood sugar make stevia-based sweeteners an ideal sugar substitute for people with diabetes, children, and many others seeking healthier diets and lifestyles. Stevia’s natural sweetness and potential health benefits are just some of the reasons its commercial use by food and beverage manufacturers has exploded worldwide   
100% all natural, non-artificial sweetener
Pure and highly potent sweet taste
Zero calories and zero glycemic index for healthier ingredients and healthier products
Non-cariogenic and dental-friendly
Versatility as a total or partial replacement for caloric sugars
Flavor enhancer in use with other sweetener ingredients
Heat stability up to about 390 F and can be used in cooking and baking as well as other high temperature processing and packaging conditions
Extremely stable to low pH food, beverage processes and finished products systems
Excellent solubility in aqueous systems

Regulatory Approval and Safety
Commercial use of stevia as a food and beverage sweetener first started in the 1970s in Japan. It wasn’t until more recent years that the adoption of stevia has surged in popularity around the world, after hundreds of long-term scientific studies confirmed that steviol glycosides are safe for human consumption. These safety conclusions paved the way for the Food and Agriculture Organization and the World Health Organization’s Joint Expert Committee on Food Additives (JECFA), a global panel of food ingredient safety experts, to approve the use of stevia in 2008 and 2009. In the US, the Food & Drug Administration (FDA) granted Generally Recognized As Safe (GRAS) status to high purity Stevia Extract in 2008. The same year, Food Standards Australia New Zealand (FSANZ) approved stevia as a food additive. The European Food Safety Authority (EFSA) also followed suit when they authorized the use of stevia in 2011.
More information of Stevia Extract powder, please contact Thai Poly Chemicals Company (Sweetener Division)




นอกจาก สารสกัดจากหญ้าหวานแล้ว บริษัท ยังเป็นผู้จัดจำหน่าย สารให้ความหวาน อีกหลายรายการ
สินค้าในกลุ่ม สวีทเทนเนอร์ SWEETENER ที่บริษัท ฯ จัดจำหน่ายในปัจจุบัน ได้แก่


Acesulfame K, ACK, อะซีซัลเฟมเค, เอซีเค
Acesulfame Potassium, อะซีซัลเฟมโพแทสเซียม
Artificial Sweeteners, สารทดแทนน้ำตาล
Aspartame, แอสปาร์แตม, แอสพาร์แตม
Dextrose Anhydrous, เด็กซ์โตรสแอนไฮดรัส
Dextrose Monohydrate, เด็กซ์โตรสโมโนไฮเดรต
Dextrose Syrup, น้ำเชื่อมเด็กซ์โตรส, เด็กซ์โตรสไซรัป
D-Xylose, ดีไซโลส
Erythritol, อิริทริทอล, น้ำตาลอิริท
Ethyl Maltol, เอทิลมัลทอล
Ethyl Vanillin, เอทิลวานิลิน
Fructose Powder, ฟรุกโตสผง, ฟรักโทสผง
Fructose Syrup, น้ำเชื่อมฟรุกโตส, ฟรุกโตสไซรัป
Glucitol Powder, กลูซิทอลผง, ผงกลูซิทอล
Glucitol Syrup, น้ำเชื่อมกลูซิทอล, กลูซิทอลไซรัป
Glucose Powder, กลูโคสผง, ผงกลูโคส, แบะแซผง
Glucose Syrup, น้ำเชื่อมกลูโคส, กลูโคสไซรัป, แบะแซ
Glycerine, กลีเซอรีน, กลีเซอรีนบริสุทธิ์, รีไฟน์กลีเซอรีน
Glycerol, กลีเซอรอล, กลีเซอรอลบริสุทธิ์, รีไฟน์กลีเซอรอล
Hydrogenated Maltose Syrup, ไฮโดรจีเนตมอลโตส
Icing Sugar, น้ำตาลไอซิ่ง, น้ำตาลทรายผง
Inulin, Chicory Inulin, อินูลิน, อินนูลิน
Isomalt, ไอโซมอลท์, ไอโซมอลต์
Lactitol Monohydrate, แลคติทอล โมโนไฮเดรต
Luo Han Guo Extract, น้ำตาลหล่อฮังก๊วย
Maltitol, มอลทิทอล, มอลติตอล, มัลทิทอล
Maltitol Powder, มอลทิทอลผง, ผงมอลทิทอล
Maltitol Syrup, น้ำเชื่อมมอลทิทอล, มอลทิทอลไซรัป
Maltodextrin, มอลโทเด็กซ์ทริน, มอลโตเด็กซ์ตริน
Maltose Syrup, น้ำเชื่อมมอลโทส, มอลโทสไซรัป
Mannitol, แมนนิทอล, มันนิทอล
Mogroside V, โมโกรไซด์, โมโกรไซด์วี
Monk Fruit Extract, น้ำตาลหล่อฮังก๊วย
Mycose, ไมโคส, น้ำตาลถนอมอาหาร
Neotame, นีโอแตม, นีโอเตม
Rebaudioside A, รีเบาดิโอไซด์เอ, สารสกัดจากหญ้าหวาน
Sodium Cyclamate, โซเดียมไซคลาเมต, แป้งหวาน
Sodium Saccharin, โซเดียมแซคคาริน, ขัณฑสกร, ดีน้ำตาล
Sorbitol, ซอร์บิทอล, ซอร์บิตอล
Sorbitol Powder, ซอร์บิทอลผง, ผงซอร์บิทอล
Sorbitol Syrup, น้ำเชื่อมซอร์บิทอล, ซอร์บิทอลไซรัป
Specialty Sweetener, สารเพิ่มความหวานชนิดพิเศษ
Stevia, หญ้าหวาน, สตีเวีย, รีเบาดิโอไซด์เอ
Stevia Extract, สารสกัดหญ้าหวาน, สตีวิออลไกลโคไซด์
Stevia Sugar, น้ำตาลหญ้าหวาน, น้ำตาลสตีเวีย
Sucralose, ซูคราโลส, ซูคาร์โลส
Sugar, น้ำตาลทราย, น้ำตาลทรายบริสุทธิ์
Sugar Substitutes, สารให้ความหวานแทนน้ำตาล
Trehalose, ทรีฮาโลส, ตรีฮาโลส
Tremalose, ทรีมาโลส, ตรีมาโลส
Vanillin Powder, วานิลิน, วะนิลิน
Xylitol, ไซลิทอล, ไซลิตอล, น้ำตาลเทียม

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สวีทเทนเนอร์ สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ บจก.ไทยโพลีเคมิคอล
More information of sweetener, please contact Thai Poly Chemicals Company Limited (TPCC)


เคมีภัณฑ์ เกรดอาหาร, วัตถุเจือปนอาหาร, เคมีภัณฑ์ เกรดยา, เกรดยูเอสพี, เกรดอีพี, เกรดเจพี
สอบถามข้อมูลได้ที่ บจก. ไทยโพลีเคมิคอล จำกัด, คุณภาพเคมีภัณฑ์ สร้างสรรค์คุณภาพชีวิต
Chemical, Food Grade, Food Additive, FCC, Pharmaceutical Grade, USP, EP, JP
Please Contact Thai Poly Chemicals Company, Poly Chemicals For A Better Life


Tel No : 034-854-888

Mobile : 089-312-8888

Line ID : thaipoly8888



Email: thaipoly8888@gmail.com

Website : www.thaipolychemicals.com



11


หญ้าหวาน ใช้แล้วปลอดภัยไหม
อ้างอิงจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารขององค์การ อาหารและเกษตร และองค์การอนามัยโลก แห่งสหประชาชาติ (JECFA) ได้ประเมินและกำหนดค่าความปลอดภัย (The Acceptable Daily Intake, ADI) ของสารสกัดจากหญ้าหวาน (Steviol glycosides) ไว้ที่ 4 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน ในรูปของ Steviol Equivalents หมายความว่า หากเราน้ำหนัก 50 กิโลกรัม เราจะสามารถรับสารสกัดจากหญ้าหวานได้ไม่เกิน 200 มิลลิกรัม/วัน แต่ในผลิตภัณฑ์สารให้ความหวานแทนน้ำตาลตามท้องตลาด มีส่วนผสมของสารสกัดจากหญ้าหวาน(Steviol glycosides) เพียงเล็กน้อยเท่านั้นหรือประมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาตรทั้งหมด เนื่องจากสารสกัดนั้นให้ความหวานที่มากกว่า น้ำตาลหลายร้อยเท่า เช่น ในน้ำเก็กฮวยยี่ห้อหนึ่ง มีหญ้าหวานประมาณ 0.03 % ใน 500 ml คิดเป็น 15 mg ต่อกล่อง นั่นหมายความว่า อาจจะต้องกินดื่มน้ำเก็กฮวย มากถึง 13 กล่องต่อวัน จึงจะได้รับหญ้าหวาน เกินปริมาณที่กำหนด ดังนั้นเมื่อนำมาใช้กับอาหารและเครื่องดื่มแทนน้ำตาลเพียงเล็กน้อย ก็ให้ความหวานเทียบเท่ากับน้ำตาลแล้ว ทำให้เราหมดความกังวลเรื่องที่จะได้รับสารสกัดเกินปริมาณที่กำหนด รวมถึงในปี ค.ศ. 2009 คณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USFDA) ได้ออกประกาศว่า หญ้าหวานได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าปลอดภัย (Generally Recognized As Safe, GRAS) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ประกาศให้สารสกัดสติวิออลไกลโคไซด์ เป็นวัตถุเจือปนอาหาร อีกด้วย ส่วนการศึกษาเกี่ยวกับการสะสมของสารสกัดจากหญ้าหวานจนเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งนั้น ก็ยังไม่พบว่า การใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาลจะทำให้เกิดมะเร็งได้ แต่อย่างไรก็ตาม การบริโภคสารสกัดจากหญ้าหวาน ก็ยังต้องระวังในคนที่แพ้พืชตระกูลเดียวกับหญ้าหวาน เช่น ดอกเบญจมาศ ดอกดาวเรือง เนื่องจากมีความเสี่ยงอาจแพ้หญ้าหวาน ด้วยเช่นเดียวกัน รวมถึงยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันว่า สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร สามารถกินสารสกัดจากหญ้าหวานได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการบริโภคสารให้ความหวานแทนน้ำตาลไปก่อน และไปเลือกควบคุมปริมาณอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงแทน

ประโยชน์ของ สารสกัดหญ้าหวาน
แน่นอนว่าประโยชน์ของหญ้าหวานที่ทุกคนรู้กันก็คือ การใช้เป็นวัตถุดิบให้ความหวานแทนน้ำตาล ในอาหารและเครื่องดื่ม โดยที่ไม่ให้พลังงาน และไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ที่สารสกัดจากหญ้าหวานให้ผลเช่นนี้ เนื่องจากกระบวนการย่อยและดูดซึมของสารสกัดหญ้าหวาน ไม่ผ่านระบบย่อยอาหารส่วนต้น แต่จะเริ่มย่อยที่ลำไส้ใหญ่โดยแบคทีเรียในลำไส้ หลังจากนั้นถูกลำเลียงไปเผาผลาญที่ตับ จนสุดท้ายถูกขับออกจากร่างกายผ่านปัสสาวะเป็นหลัก ไม่ถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ดังนั้นสารสกัดจากหญ้าหวาน จึงถูกนำมาใช้แทนน้ำตาล เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก โดยการลดพลังงานที่ได้รับจากน้ำตาลของอาหาร และเครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงประโยชน์ของสารสกัดจากหญ้าหวานในด้านอื่น ๆ เช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ร่างกาย นำไปสู่การลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ แต่ทั้งนี้ก็อาจมีปัจจัยเกี่ยวกับการที่ใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล ทำให้พลังงานต่อวันลดลงจนมีน้ำหนักตัวลดลงตามมา ซึ่งอย่างที่ทราบกันว่า ความอ้วน ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้ ดังนั้นในการใช้สารสกัดจากหญ้าหวานช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ จึงต้องมีการศึกษาต่อไปอย่างต่อเนื่อง กล่าวโดยสรุปคือ หญ้าหวาน เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลจากธรรมชาติ ที่สามารถนำมาใช้ในอาหารและเครื่องดื่มได้อย่างปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการดูแลสุขภาพ แต่ทั้งนี้การดูแลสุขภาพที่ดีอย่างแท้จริง คือ การปรับพฤติกรรมของตัวเราเอง โดยลดอาหารหวาน มัน เค็ม หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีพลังงานสูง มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความสมดุลของพลังงานต่อวัน ไม่ให้สะสมจนเกิดโรคได้ และอาจมีการใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลเป็นตัวช่วยเล็กน้อย จะดีกว่าการเลือกใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลเป็นหลัก แต่ไม่ได้มีการปรับพฤติกรรมอะไรเลย เพราะนั่นอาจจะเป็นการดูแลสุขภาพที่ไม่ยั่งยืนก็เป็นได้


12
หญ้าหวาน, สตีเวีย, Stevia Extract, Rebaudioside A, Stevia Sugar, น้ำตาลหญ้าหวาน, สตีเวียเอ็กแทรกซ์



สารสกัดจากหญ้าหวาน เป็นสารให้ความหวานจากธรรมชาติ Natural Sweetener
สารสกัดจากหญ้าหวาน เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล Sugar Substitute
สารสกัดจากหญ้าหวาน รีเบาดิโอไซด์เอ สตีวิโอไซด์ Rebaudioside A Stevioside
สารสกัดจากหญ้าหวาน มีความหวานมากกว่าน้ำตาล 200-400 เท่า
สารสกัดจากหญ้าหวาน ไม่มีแคลอรี ไม่ให้พลังงาน จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจเพื่อสุขภาพ
หญ้าหวาน, สารสกัดหญ้าหวาน, สารสกัดจากหญ้าหวาน, น้ำตาลหญ้าหวาน, สตีเวีย
ผลิตหญ้าหวาน, นำเข้าหญ้าหวาน, จำหน่ายหญ้าหวาน, ส่งออกหญ้าหวาน, STEVIA


สามารถสอบถามข้อมูลสินค้า ขอตัวอย่างสินค้าทดลอง และสั่งซื้อสินค้าได้ที่
บริษัท ไทยโพลีเคมิคอล จำกัด (วัตถุเจือปนอาหาร)
Thai Poly Chemicals Company (Food Additive)


Tel No : 034854888

Mobile : 0893128888

Line ID : thaipoly8888



Email: thaipoly8888@gmail.com

Website : www.thaipolychemicals.com


ข้อมูลผลิตภัณฑ์ สารสกัดจากหญ้าหวาน น้ำตาลสตีเวีย (Stevia Extract)
ถึงแม้ว่าจะมีสารทดแทนความหวานที่ไม่ให้พลังงาน เช่น แอสปาร์แตม ซูคราโลส และอื่นๆ จะเป็นทางเลือกที่ถูกนำมาใช้ทดแทนน้ำตาล แต่การที่สารเหล่านี้ผลิตจากการสังเคราะห์ทางเคมี ซึ่งแตกต่างจากหญ้าหวานที่เป็นพืชตามธรรมชาติ สารสกัดจากใบหญ้าหวาน มีชื่อเรียกว่า สตีวิโอไซด์ (Stevioside) จึงมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยลักษณะของสตีวิโอไซด์ เป็นสารที่ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาล 200-400 เท่า ซึ่งรสหวานของสารสตีวิโอไซด์ จะจางหายไปช้ากว่าน้ำตาลทราย แต่จะมีรสหวานติดลิ้นนานกว่า โดยสารที่ว่านี้ จะไม่ถูกย่อยให้เกิดพลังงานในร่างกาย มีแคลอรี่ต่ำมาก จึงมีความปลอดภัยสูง และมีการยอมรับให้ใช้เป็นสารให้ความหวานได้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 262 พุทธศักราช 2545 โดยปัจจุบันนี้พบว่า สารให้ความหวานที่สกัดจากหญ้าหวาน กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก

หญ้าหวาน สารให้ความหวานจากธรรมชาติ
เป็นที่ทราบกันดีว่า หากบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินจำเป็น สามารถสะสมทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และนำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้มากมาย หลายคนจึงเริ่มหันมาสนใจ วัตถุดิบกลุ่มหนึ่งที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลได้ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ นั่นคือ สารให้ความหวานแทนน้ำตาล (Artificial sweeteners) ซึ่งสารให้ความหวานแทนน้ำตาลนี้ ก็มีอยู่หลายชนิด แต่ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ก็คือ หญ้าหวาน ที่เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล จากธรรมชาติ และถูกนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารคาว ขนมหวาน และเครื่องดื่มอยู่มากมายในปัจจุบัน

หญ้าหวาน คืออะไร
หญ้าหวาน เป็นพืชชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางอเมริกาใต้ สามารถให้ความหวานได้โดยธรรมชาติ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Stevia Rebaudiana Bertoni หรือเรียกสั้นๆว่า Stevia เมื่อนำใบหญ้าหวานแห้งมาสกัด จะได้สารสกัดบริสุทธิ์ ชื่อว่า สตีวิออลไกลโคไซด์ (Steviol glycosides) ซึ่งมีความคงตัวสูงในตัวทำละลาย กรดอ่อน เบสอ่อน ทนความร้อนได้ถึง 200 องศาเซลเซียส และหวานกว่าน้ำตาลทราย 200-400 เท่า โดยที่ไม่มีคาร์โบไฮเดรตและไม่ให้พลังงาน ทั้งนี้สารสกัดจากใบหญ้าหวานที่ได้รับการยอมรับ จากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารขององค์การอาหารและเกษตร และองค์การอนามัยโลก แห่งสหประชาชาติ (The Joint Food and Agriculture Organization / World Health Organization (WHO) Expert Committee on Food Additives, JECFA) ที่สามารถนำมาใช้ในอาหารและเครื่องดื่มได้ จะต้องมีปริมาณสารในกลุ่มสตีวิออลไกลโคไซด์ มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 95 ของน้ำหนักแห้ง ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้นำใบสด ใบอบแห้ง หรือผงสารสกัดจากใบหญ้าหวาน ที่ไม่ได้บอกปริมาณความเข้มข้น มาใช้ทำอาหารและเครื่องดื่ม


13


วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)
วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) คือ วัตถุที่ตามปกติมิได้ใช้เป็นอาหาร หรือส่วนประกอบที่สำคัญของอาหาร ไม่ว่าวัตถุนั้นจะมีคุณค่าทางอาหารหรือไม่ก็ตาม แต่ใช้เจือปนในอาหารเพื่อประโยชน์ทางเทคโนโลยีการผลิต การแต่งสีอาหาร การปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร การบรรจุ การเก็บรักษา หรือการขนส่ง ซึ่งมีผลต่อคุณภาพ มาตรฐาน หรือลักษณะของอาหาร ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึง วัตถุที่ไม่ได้เจือปนในอาหาร แต่มีภาชนะบรรจุไว้เฉพาะ แล้วใส่รวมกับอาหารเพื่อประโยชน์ดังกล่าวข้างต้นด้วย เช่น วัตถุกันชื้น วัตถุดูดออกซิเจน เป็นต้น โดยไม่รวมถึงสารอาหารที่เติม เพื่อเพิ่มหรือปรับให้คงคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน

ประโยชน์ในการใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)
เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร ให้มีความคงตัว เพื่อให้ได้ส่วนประกอบของอาหารเฉพาะในการผลิตอาหาร สำหรับกลุ่มผู้บริโภค ที่มีความต้องการทางโภชนาการเฉพาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาคุณภาพในอุตสาหกรรม ในการผลิตในปริมาณมาก หรือปรับปรุงคุณลักษณะด้านประสาทสัมผัส โดยไม่เปลี่ยนแปลงคุณภาพและลักษณะของอาหาร เพื่อช่วยในการผลิต การแปรรูป การปฏิบัติ การบรรจุ การขนส่ง หรือการเก็บรักษาอาหาร โดยต้องไม่ใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ในการปกปิดความบกพร่องของอาหาร หรือกรรมวิธีการผลิตที่ไม่เหมาะสม

การใช้งาน วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)
ในการใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยปริมาณการใช้วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ ในแต่ละประเภทอาหารต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ที่ใช้ต้องมีการประเมินด้านความปลอดภัยโดย JECFA หรือผ่านการประเมินที่มีความเทียบเท่ากับ JECFA เพื่อกำหนดค่าความปลอดภัย (Acceptable Daily Intake: ADI) คือปริมาณของ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ที่แสดงในรูปของ มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน โดยบริโภคได้ทุกวัน ตลอดชีวิต โดยไม่เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ

การแบ่งกลุ่ม วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)
โคเด็กซ์ (Codex) ได้จัดแบ่งกลุ่มวัตถุเจือปนอาหาร ตามหน้าที่ ออกเป็น 27 กลุ่ม ดังต่อไปนี้ คือ
สารควบคุมความเป็นกรด (Acidity Regulator) | สารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน (Anticaking Agent) | สารป้องกันการเกิดฟอง (Antifoaming Agent) | สารป้องกันการเกิดออกซิเดชัน (Antioxidant) | สารฟอกสี (Bleaching Agent) | สารเพิ่มปริมาณ (Bulking Agent) | สารให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbonating Agent) | สารช่วยทำละลายหรือช่วยพา (Carrier) | สี (Color) | สารคงสภาพของสี (Color Retention Agent) | อีมัลซิไฟเออร์ (Emulsifier) | เกลืออีมัลซิไฟอิ้ง (Emulsifying Agent) | สารทำให้แน่น (Firming Agent) | สารเพิ่มรสชาติ (Flavor Enhancer) | สารปรับปรุงคุณภาพแป้ง (Flour Treatment Agent) | สารทำให้เกิดฟอง (Foaming Agent) | สารทำให้เกิดเจล (Gelling Agent) | สารเคลือบผิว (Glazing Agent) | สารทำให้เกิดความชุ่มชื้น (Humectant) | ก๊าซที่ช่วยในการเก็บรักษาอาหาร (Packaging Gas) | สารกันเสีย (Preservative) | ก๊าซที่ใช้ขับดัน (Propellant) | สารช่วยให้ฟู (Raising Agent) | สารช่วยจับอนุมูลอิสระ (Sequestrant) | สารทำให้คงตัว (Stabilizer) | สารให้ความหวาน (Sweetener) | สารให้ความข้นเหนียว (Thickener)


More information of sweetener, food additive, food grade chemical
Food Chemical Codex, FCC, EP, USP, JP, please contact
Thai Poly Chemicals Company (TPCC) Food Additive


Website : www.thaipolychemicals.com

Tel : +6634 854888, +668 9312 8888

Official Line ID: thaipoly8888



Email: thaipoly8888 (at) gmail.com




14

Product description of Stevia. What is Stevia?
Plant-based 100% natural sweetener extracted from leaves of stevia rebaudiana
Zero calorie sugar substitute
Potency of 200-400x the sweetness of sugar
Approved by regulatory bodies and food safety experts worldwide and in all major markets including US, Europe, Canada, Australia/New Zealand, China, Japan, Korea, and many more
Enjoyed by 5 billion people around b the world in their food and beverages

The History of Stevia
Grown for centuries in Paraguay, the stevia rebaudiana plant has been used by many generations of indigenous South Americans as a natural sweetener for teas and medicines. Its taste was so powerful that some would even enjoy chewing on the plant’s leaves as nature’s sweet treat. It wasn’t until the 19th and 20th centuries though that scientists would discover and study these leaves, where they isolated and identified the sweet tasting chemical components as steviol glycosides. These compounds are the secret to stevia’s sweet magic, boasting a potency of 200-400x the sweetness of sugar. The stevia plant contains an abundant variety of these glycosides, each with their own sweetness and taste profile. Today, stevia enhances the taste of food and beverage products enjoyed by 5 billion people around the globe. And centuries later, laboratories everywhere are still perfecting the science of extracting, refining and purifying steviol glycosides.

Zero Calories. Limitless Potential.
Not only does stevia have a far higher sweetness potency than sugar, it also has none of sugar’s calories. The potential health benefits of lower caloric intake and reduced glycemic impact on blood sugar make stevia-based sweeteners an ideal sugar substitute for people with diabetes, children, and many others seeking healthier diets and lifestyles. Stevia’s natural sweetness and potential health benefits are just some of the reasons its commercial use by food and beverage manufacturers has exploded worldwide   
100% all natural, non-artificial sweetener
Pure and highly potent sweet taste
Zero calories and zero glycemic index for healthier ingredients and healthier products
Non-cariogenic and dental-friendly
Versatility as a total or partial replacement for caloric sugars
Flavor enhancer in use with other sweetener ingredients
Heat stability up to about 390 F and can be used in cooking and baking as well as other high temperature processing and packaging conditions
Extremely stable to low pH food, beverage processes and finished products systems
Excellent solubility in aqueous systems

Regulatory Approval and Safety
Commercial use of stevia as a food and beverage sweetener first started in the 1970s in Japan. It wasn’t until more recent years that the adoption of stevia has surged in popularity around the world, after hundreds of long-term scientific studies confirmed that steviol glycosides are safe for human consumption. These safety conclusions paved the way for the Food and Agriculture Organization and the World Health Organization’s Joint Expert Committee on Food Additives (JECFA), a global panel of food ingredient safety experts, to approve the use of stevia in 2008 and 2009. In the US, the Food & Drug Administration (FDA) granted Generally Recognized As Safe (GRAS) status to high purity Stevia Extract in 2008. The same year, Food Standards Australia New Zealand (FSANZ) approved stevia as a food additive. The European Food Safety Authority (EFSA) also followed suit when they authorized the use of stevia in 2011.
More information of Stevia Extract powder, please contact Thai Poly Chemicals Company (Sweetener Division)




นอกจาก สารสกัดจากหญ้าหวานแล้ว บริษัท ยังเป็นผู้จัดจำหน่าย สารให้ความหวาน อีกหลายรายการ
สินค้าในกลุ่ม สวีทเทนเนอร์ SWEETENER ที่บริษัท ฯ จัดจำหน่ายในปัจจุบัน ได้แก่


Acesulfame K, ACK, อะซีซัลเฟมเค, เอซีเค
Acesulfame Potassium, อะซีซัลเฟมโพแทสเซียม
Artificial Sweeteners, สารทดแทนน้ำตาล
Aspartame, แอสปาร์แตม, แอสพาร์แตม
Dextrose Anhydrous, เด็กซ์โตรสแอนไฮดรัส
Dextrose Monohydrate, เด็กซ์โตรสโมโนไฮเดรต
Dextrose Syrup, น้ำเชื่อมเด็กซ์โตรส, เด็กซ์โตรสไซรัป
D-Xylose, ดีไซโลส
Erythritol, อิริทริทอล, น้ำตาลอิริท
Ethyl Maltol, เอทิลมัลทอล
Ethyl Vanillin, เอทิลวานิลิน
Fructose Powder, ฟรุกโตสผง, ฟรักโทสผง
Fructose Syrup, น้ำเชื่อมฟรุกโตส, ฟรุกโตสไซรัป
Glucitol Powder, กลูซิทอลผง, ผงกลูซิทอล
Glucitol Syrup, น้ำเชื่อมกลูซิทอล, กลูซิทอลไซรัป
Glucose Powder, กลูโคสผง, ผงกลูโคส, แบะแซผง
Glucose Syrup, น้ำเชื่อมกลูโคส, กลูโคสไซรัป, แบะแซ
Glycerine, กลีเซอรีน, กลีเซอรีนบริสุทธิ์, รีไฟน์กลีเซอรีน
Glycerol, กลีเซอรอล, กลีเซอรอลบริสุทธิ์, รีไฟน์กลีเซอรอล
Hydrogenated Maltose Syrup, ไฮโดรจีเนตมอลโตส
Icing Sugar, น้ำตาลไอซิ่ง, น้ำตาลทรายผง
Inulin, Chicory Inulin, อินูลิน, อินนูลิน
Isomalt, ไอโซมอลท์, ไอโซมอลต์
Lactitol Monohydrate, แลคติทอล โมโนไฮเดรต
Luo Han Guo Extract, น้ำตาลหล่อฮังก๊วย
Maltitol, มอลทิทอล, มอลติตอล, มัลทิทอล
Maltitol Powder, มอลทิทอลผง, ผงมอลทิทอล
Maltitol Syrup, น้ำเชื่อมมอลทิทอล, มอลทิทอลไซรัป
Maltodextrin, มอลโทเด็กซ์ทริน, มอลโตเด็กซ์ตริน
Maltose Syrup, น้ำเชื่อมมอลโทส, มอลโทสไซรัป
Mannitol, แมนนิทอล, มันนิทอล
Mogroside V, โมโกรไซด์, โมโกรไซด์วี
Monk Fruit Extract, น้ำตาลหล่อฮังก๊วย
Mycose, ไมโคส, น้ำตาลถนอมอาหาร
Neotame, นีโอแตม, นีโอเตม
Rebaudioside A, รีเบาดิโอไซด์เอ, สารสกัดจากหญ้าหวาน
Sodium Cyclamate, โซเดียมไซคลาเมต, แป้งหวาน
Sodium Saccharin, โซเดียมแซคคาริน, ขัณฑสกร, ดีน้ำตาล
Sorbitol, ซอร์บิทอล, ซอร์บิตอล
Sorbitol Powder, ซอร์บิทอลผง, ผงซอร์บิทอล
Sorbitol Syrup, น้ำเชื่อมซอร์บิทอล, ซอร์บิทอลไซรัป
Specialty Sweetener, สารเพิ่มความหวานชนิดพิเศษ
Stevia, หญ้าหวาน, สตีเวีย, รีเบาดิโอไซด์เอ
Stevia Extract, สารสกัดหญ้าหวาน, สตีวิออลไกลโคไซด์
Stevia Sugar, น้ำตาลหญ้าหวาน, น้ำตาลสตีเวีย
Sucralose, ซูคราโลส, ซูคาร์โลส
Sugar, น้ำตาลทราย, น้ำตาลทรายบริสุทธิ์
Sugar Substitutes, สารให้ความหวานแทนน้ำตาล
Trehalose, ทรีฮาโลส, ตรีฮาโลส
Tremalose, ทรีมาโลส, ตรีมาโลส
Vanillin Powder, วานิลิน, วะนิลิน
Xylitol, ไซลิทอล, ไซลิตอล, น้ำตาลเทียม

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สวีทเทนเนอร์ สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ บจก.ไทยโพลีเคมิคอล
More information of sweetener, please contact Thai Poly Chemicals Company Limited (TPCC)


เคมีภัณฑ์ เกรดอาหาร, วัตถุเจือปนอาหาร, เคมีภัณฑ์ เกรดยา, เกรดยูเอสพี, เกรดอีพี, เกรดเจพี
สอบถามข้อมูลได้ที่ บจก. ไทยโพลีเคมิคอล จำกัด, คุณภาพเคมีภัณฑ์ สร้างสรรค์คุณภาพชีวิต
Chemical, Food Grade, Food Additive, FCC, Pharmaceutical Grade, USP, EP, JP
Please Contact Thai Poly Chemicals Company, Poly Chemicals For A Better Life


Tel No : 034-854-888

Mobile : 089-312-8888

Line ID : thaipoly8888



Email: thaipoly8888@gmail.com

Website : www.thaipolychemicals.com



15


หญ้าหวาน ใช้แล้วปลอดภัยไหม
อ้างอิงจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารขององค์การ อาหารและเกษตร และองค์การอนามัยโลก แห่งสหประชาชาติ (JECFA) ได้ประเมินและกำหนดค่าความปลอดภัย (The Acceptable Daily Intake, ADI) ของสารสกัดจากหญ้าหวาน (Steviol glycosides) ไว้ที่ 4 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน ในรูปของ Steviol Equivalents หมายความว่า หากเราน้ำหนัก 50 กิโลกรัม เราจะสามารถรับสารสกัดจากหญ้าหวานได้ไม่เกิน 200 มิลลิกรัม/วัน แต่ในผลิตภัณฑ์สารให้ความหวานแทนน้ำตาลตามท้องตลาด มีส่วนผสมของสารสกัดจากหญ้าหวาน(Steviol glycosides) เพียงเล็กน้อยเท่านั้นหรือประมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาตรทั้งหมด เนื่องจากสารสกัดนั้นให้ความหวานที่มากกว่า น้ำตาลหลายร้อยเท่า เช่น ในน้ำเก็กฮวยยี่ห้อหนึ่ง มีหญ้าหวานประมาณ 0.03 % ใน 500 ml คิดเป็น 15 mg ต่อกล่อง นั่นหมายความว่า อาจจะต้องกินดื่มน้ำเก็กฮวย มากถึง 13 กล่องต่อวัน จึงจะได้รับหญ้าหวาน เกินปริมาณที่กำหนด ดังนั้นเมื่อนำมาใช้กับอาหารและเครื่องดื่มแทนน้ำตาลเพียงเล็กน้อย ก็ให้ความหวานเทียบเท่ากับน้ำตาลแล้ว ทำให้เราหมดความกังวลเรื่องที่จะได้รับสารสกัดเกินปริมาณที่กำหนด รวมถึงในปี ค.ศ. 2009 คณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USFDA) ได้ออกประกาศว่า หญ้าหวานได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าปลอดภัย (Generally Recognized As Safe, GRAS) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ประกาศให้สารสกัดสติวิออลไกลโคไซด์ เป็นวัตถุเจือปนอาหาร อีกด้วย ส่วนการศึกษาเกี่ยวกับการสะสมของสารสกัดจากหญ้าหวานจนเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งนั้น ก็ยังไม่พบว่า การใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาลจะทำให้เกิดมะเร็งได้ แต่อย่างไรก็ตาม การบริโภคสารสกัดจากหญ้าหวาน ก็ยังต้องระวังในคนที่แพ้พืชตระกูลเดียวกับหญ้าหวาน เช่น ดอกเบญจมาศ ดอกดาวเรือง เนื่องจากมีความเสี่ยงอาจแพ้หญ้าหวาน ด้วยเช่นเดียวกัน รวมถึงยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันว่า สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร สามารถกินสารสกัดจากหญ้าหวานได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการบริโภคสารให้ความหวานแทนน้ำตาลไปก่อน และไปเลือกควบคุมปริมาณอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงแทน

ประโยชน์ของ สารสกัดหญ้าหวาน
แน่นอนว่าประโยชน์ของหญ้าหวานที่ทุกคนรู้กันก็คือ การใช้เป็นวัตถุดิบให้ความหวานแทนน้ำตาล ในอาหารและเครื่องดื่ม โดยที่ไม่ให้พลังงาน และไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ที่สารสกัดจากหญ้าหวานให้ผลเช่นนี้ เนื่องจากกระบวนการย่อยและดูดซึมของสารสกัดหญ้าหวาน ไม่ผ่านระบบย่อยอาหารส่วนต้น แต่จะเริ่มย่อยที่ลำไส้ใหญ่โดยแบคทีเรียในลำไส้ หลังจากนั้นถูกลำเลียงไปเผาผลาญที่ตับ จนสุดท้ายถูกขับออกจากร่างกายผ่านปัสสาวะเป็นหลัก ไม่ถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ดังนั้นสารสกัดจากหญ้าหวาน จึงถูกนำมาใช้แทนน้ำตาล เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก โดยการลดพลังงานที่ได้รับจากน้ำตาลของอาหาร และเครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงประโยชน์ของสารสกัดจากหญ้าหวานในด้านอื่น ๆ เช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ร่างกาย นำไปสู่การลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ แต่ทั้งนี้ก็อาจมีปัจจัยเกี่ยวกับการที่ใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล ทำให้พลังงานต่อวันลดลงจนมีน้ำหนักตัวลดลงตามมา ซึ่งอย่างที่ทราบกันว่า ความอ้วน ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้ ดังนั้นในการใช้สารสกัดจากหญ้าหวานช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ จึงต้องมีการศึกษาต่อไปอย่างต่อเนื่อง กล่าวโดยสรุปคือ หญ้าหวาน เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลจากธรรมชาติ ที่สามารถนำมาใช้ในอาหารและเครื่องดื่มได้อย่างปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการดูแลสุขภาพ แต่ทั้งนี้การดูแลสุขภาพที่ดีอย่างแท้จริง คือ การปรับพฤติกรรมของตัวเราเอง โดยลดอาหารหวาน มัน เค็ม หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีพลังงานสูง มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความสมดุลของพลังงานต่อวัน ไม่ให้สะสมจนเกิดโรคได้ และอาจมีการใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลเป็นตัวช่วยเล็กน้อย จะดีกว่าการเลือกใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลเป็นหลัก แต่ไม่ได้มีการปรับพฤติกรรมอะไรเลย เพราะนั่นอาจจะเป็นการดูแลสุขภาพที่ไม่ยั่งยืนก็เป็นได้


หน้า: [1] 2 3 ... 7